[NYC Fanfic] Matoba X Natsume 'By my side'

posted on 21 Apr 2012 10:36 by toushiro  in Fanfic  directory Fiction

 

 

 

 

 

 

[NYC Fic] Matoba X Natsume ‘By my side’

 

 

 

 

 

 

Natsume Yujinchou   FanFiction

Title : By my side      (อะไรนะ?  ชื่อเหมือนเพลงนารุโตะที่ตอนนี้กำลังพีคงั้นเรอะ :D)

Pairing : Matoba Seji x Natsume Takashi

Rate : PG 13

หมายเห็ด : แย่ล่ะสิ ชักมีใจให้ท่านเจ้าบ้านมากกว่าแมวหมูซะแล้วอ่ะดิ XD

 

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++ 

 

 

 

 

 

 

 

 

                เรื่องมันเกิดขึ้นเพราะเขาไม่ได้ดูพยากรณ์อากาศ

                เรื่องมันเกิดขึ้นเพราะอาจารย์ออกไปก๊งเหล่าทั้งที่เข้าหน้าหนาวแล้ว

                จนโทโกะซังเป็นห่วง เขาเลยออกไปตามหา

                หลังจากนั้น

                หลังจากนั้น...

 

 

 

 

 

                “แอบไปก๊งที่ไหนนะ.. เฮ้! อาจารย์! อาจารย์เหมียวหง่าว~!”

                ผู้ทำลายความสงัดเงียบของป่าผืนนี้คือเด็กหนุ่มหน้าตาดีติดจะหวานของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ดวงตาสีทองดุจแสงอาทิตย์แฝงประกายอ่อนโยนไว้เสมอ ผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบชวนสัมผัส เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนเนียนละเอียดกำจายกลิ่นหอมอ่อนๆ ดูท่าเจ้าตัวคงเพิ่งอาบน้ำมา

                “อยู่ไหนของเขาเนี่ย ...อาจารย์เหมียวหง่าว!!”

                แต่ละก้าวที่ย่างเดินยิ่งทวีความเหน็บหนาวจนแทบซึมลึกถึงกระดูก รองเท้าผ้าใบจมลึกไปในหิมะจนเปียก

                มีวิธีเรียกไหมนะ จำได้ว่านาโทริซังเรียกฮิรางิออกมาได้ง่ายๆเลยนี่นา หรือว่าต้องทำสัญญาบางอย่างกันก่อน คล้ายบันทึกสหายของคุณยาย

                แต่สายสัมพันธ์ที่ต้องใช้พันธะสัญญาเป็นตัวผูก

                ...เราไม่ทำแน่ๆ

                รอบด้านถูกแต่งแต้มด้วยสีขาว ถ้าจิตวิญญาณของมนุษย์แบ่งเป็นสีสันได้ ของนัตสึเมะก็คงเป็นสีขาวพิสุทธิ์ไม่ต่างจากหิมะ

                จิตวิญญาณที่อ่อนโยน

                ปุยสีขาวพร้อมความหนาวเย็นเริ่มโปรยปรายจากฟากฟ้า

                “หิมะตก!” แบบนี้ก็ยิ่งหนาวน่ะสิ นัตสึเมะกระชับผ้าพันคอให้แน่นขึ้น  กลับบ้านก่อนดีไหม แต่ยังหาอาจารย์ไม่เจอเลย เด็กหนุ่มสองจิตสองใจ บางทีอาจารย์อาจกลับไปรออยู่ในห้องอุ่นๆที่บ้านแล้วก็ได้

                คิดปุ้ป หันกลับปั้ป แต่จังหวะที่เท้าขวาเหยียบลงไปนั่นเอง

                “หวา!!!!!”

                ละอองหิมะฟุ้งขึ้นมาตามทางที่เด็กหนุ่มไถลลงไป

 

 

 

 

 

                สีขาว

                ภาพเบื้องหน้าเป็นสีขาว

                ..นี่เรา...ตายแล้วงั้นเหรอ.....ไม่สิ จะตายได้ยังไงกันล่ะ

                หนาว...

                อ๋อ หิมะน่ะเอง ตกหนักจัง

                นัตสึเมะพยายามยันกายขึ้น ทันทีที่ขยับความเจ็บปวดก็แล่นไปทั่วร่างจนตื่นเต็มตา เขาเผลอครางออกมาอีกทีเพราะเมื่อต้องลงนอนบนหิมะก็ยิ่งกระเทือนแผล

                ทั้งเจ็บ ทั้งชา ทั้งหนาว ไม่รู้แล้วว่าตัวเองบาดเจ็บตรงไหนกันแน่ มึนงงไปหมด

                นัตสึเมะค่อยๆยันกายขึ้นอีกครั้ง เจ็บก็ต้องทน ขืนนอนให้หิมะถมอยู่ตรงนี้มีหวังตื่นขึ้นมาอีกทีคงกลายเป็นพวกเดียวกับอาจารย์ไปแล้ว

                ต้นไม้อยู่ห่างไปไม่ถึงห้าเมตร แต่เด็กหนุ่มใช้เวลาเกือบสิบนาทีกว่าจะกระดื้บไปถึง เท่าที่เห็นแถวนี้ไม่มีถ้ำให้พอบรรเทาความหนาว แต่อย่างน้อยได้นั่งใต้ต้นไม้ก็ไม่โดนหิมะตกใส่ พอช่วยให้หนาวน้อยลงได้เล็กน้อย แผ่นหลังบอบบางพิงต้นไม้ที่อยู่ข้างกันอย่างอ่อนแรง

                หนาวจัง..

                ไม่มีแรงเลย

                เราตกลงมาจากตรงไหนก็ไม่รู้ เวียนหัว

                ป่านนี้โทโกะซังต้องเป็นห่วงมากแน่ ชิเงรุซังน่าจะยังไม่กลับบ้าน ค่อยยังชั่วที่ไม่ได้ทำให้เขาต้องเป็นกังวลไปอีกคน

                ...อาจารย์จะตามหาเราไหมนะ?

                นัตสึเมะนั่งกอดเข่าจุ้มปุ๊กท่ามกลางหิมะและสายลมยะเยือกสะท้านกายที่พัดมาเป็นระยะ เขาเหม่อมองหิมะที่โปรยปรายไม่ขาดสาย หัวสมองเบลอไปหมด คิดอะไรไม่ออก แผลตรงไหนสักแห่งที่เจ็บเมื่อสักครู่ก็ชาไปหมดจนไม่รู้สึกเจ็บอีก

                สัญญาณอันตราย

                อย่าหลับ

                อย่าหลับเชียวนะ..ห้ามหลับเด็ดขาด…

                อย่า..หลับ...

                ขณะที่สติเฮือกสุดท้ายกำลังจะดับวูบลงพร้อมกับที่เปลือกตาใกล้ประกบกัน

                เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น เล่นเอาหัวใจกระตุกวูบ

                “นัตสึเมะ ทาคาชิคุง?”

                เสียงที่มีเอกลักษณ์ยากจะลืมเลือน

                เสียงที่ถึงไม่อยากจำก็ยังฝังแน่น

                ดวงตาสีทองเบิกกว้าง หันควับมองหาต้นเสียง ลืมสิ้นซึ่งความเจ็บปวด

                เสียงของ...

                “มา..โตบะซัง?”

 

 

 

 

 

 

                วันนี้จู่ๆเขาก็นึกครึ้มอยากออกไปเดินตากหิมะเล่น

                แล้วเขาก็สังเกตเห็นเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนที่ตราตรึงกว่าใครเด่นขึ้นมาท่ามกลางหิมะขาว

                คงไม่ใช่?

                มาโตบะ เซย์จิอดสาวเท้าเข้าไปดูใกล้ๆให้ชัดไม่ได้  หัวใจเต้นแรงเหมือนรอลุ้นผลเอนท์

                นัยน์ตาสีแดงเบิกกว้าง สะท้อนภาพเด็กหนุ่มที่เขาชักชวนให้มาอยู่ด้วยกันแต่กลับถูกปฏิเสธอย่างจริงจังจนนึกขันในความจริงจังนั้น มือคลายจนร่มที่ถือเป็นประจำเกือบร่วง

                เด็กคนนี้มาทำอะไรตรงนี้

                “นัตสึเมะ ทาคาชิคุง?”

                อีกฝ่ายหันขวับมองเขาด้วยท่าทีตกใจ

                “มา..โตบะซัง?”

                ยังจำกันได้

                มาโตบะยิ้ม นึกสนุก เขายืนมือไปรับหิมะละอองหนึ่ง

                “หิมะมันก็สวยอยู่” ปุยขาวเริ่มละลายในมือ “แต่เธอคงไม่ได้มานั่งหนาวอย่างนี้เพราะมันสวยหรอกใช่ไหม”

                หิมะในมือมาโตบะละลายหมดแล้ว

                สีขาวช่างทำลายได้ง่ายดาย

                นัตสึเมะไม่ตอบ เขาไม่มีแรงจะต่อล้อต่อเถียงกับคนคนนี้ เด็กหนุ่มพยายามลุกขึ้นยืน ทว่าเพราะอ่อนแรงจึงเซ ทำท่าจะล้ม

                ร่มร่วงตกพื้น

                มาโตบะเอื้อมตัวไปรับร่างบอบบางสุดแขน เรือนผมสีดำยาวเริ่มมีหิมะจับประปราย

                นัยน์ตาของทั้งคู่เบิกกว้าง โดยเฉพาะนัยน์ตาสีแดง

                ...ทำไมต้องช่วยด้วย

                คนไม่เคยเป็นห่วงใครหัวสมองขาวโพลนไปชั่ววูบ ก่อนเรียกความเยือกเย็นกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว

                แค่เพราะเป็นเด็กที่น่าสนใจเท่านั้นเอง.. มาโตบะหาคำตอบให้ตน คำตอบที่กรองมาจากสมอง ไม่ใช่กลั่นมาจากหัวใจ...

                เพราะเขาไม่มีหัวใจ

                สิ่งนั้นมันจางหายไปนานแล้ว

                หึ ก็แค่เด็กที่น่าสนใจเท่านั้น

                “ขอบคุณครับ ...แต่ปล่อยผมได้แล้ว” เมื่อมั่นใจว่าตัวเองยืนอยู่แล้วแน่นอน นัตสึเมะจึงเอ่ยปาก แม้จะไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะทำตามคำขอก็เถอะ

                เหลือเชื่อ มาโตบะยอมปล่อยเด็กหนุ่มจากการประคอง เขามองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างพินิจ

                แก้มเนียนที่เขาเคยใกล้ชิดมาครั้งหนึ่งขึ้นสีแดงระเรื่อเช่นเดียวกับจมูก อีกฝ่ายหลบตาเขา ทำท่าอย่างกับจะมุดหายไปในเสื้อโค้ต

                คงหนาวมาก

                นัยน์ตาสีแดงหรี่ลง ก่อนเปลี่ยนเป็นสีหน้า‘ข้าเหนือทุกคน’เช่นปกติทันทีที่เด็กหนุ่มหันมาสบตา

                “คุณจะไปไหนก็ไปเถอะครับ”

                หือม์ ต่อต้านไม่เลิก  หึ...แต่ก็น่ารักไปอีกแบบ

                “ไม่รู้หรอกนะว่าเธอมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง แต่ถ้าไม่อยากแข็งตายก็กลับคฤหาสน์กับฉันดีกว่า”

                “ผมไม่ไปบ้านคุณแน่”

                “แต่ฉันคิดว่าเธอควรไปนะ หรือเพราะน้องเหมียวผู้พิทักษ์ไม่อยู่เธอก็เลยกลัว?”

                “คุณ..!”

                นัตสึเมะตั้งท่าจะโต้ แต่แล้วกลับชะงัก ห่อตัวเพราะลมหนาวพัดมาวูบหนึ่ง

                มาโตบะยกยิ้ม หัวเราะในลำคอ “ดื้อไปก็ไม่มีประโยชน์ เธอหนาวขนาดนี้ ที่อุ่นๆที่ใกล้ที่สุดก็คือคฤหาสน์ตระกูลมาโตบะ”

                นัตสึเมะอยากรับคำเชิญใจจะขาด หากไม่ติดที่ว่าคฤหาสน์นั้นเป็นของคนตรงหน้า

                “ผมไม่ไป ผมจะกลับบ้านแล้ว” เด็กหนุ่มกระชับเสื้อ เบนสายตาหลบ

                น่ารักซะจริง

                “อ้อ ที่แท้เธอกำลังหลงทางอยู่นี่เอง”

                “คุณเองก็คงหนาว กลับบ้านไปเถอะครับ ผมดูแลตัวเองได้”

                “ฉันไม่เห็นอย่างนั้นนะ?”

                “ก็บอกแล้วไงว่า..”

                “กลับคฤหาสน์กับฉัน แล้วก็มาเป็นคนของตระกูลมาโตบะซะเลยสิ พลังระดับเธอ อยากอยู่ในตำแหน่งไหนฉันก็ให้ได้ทั้งนั้น”

                อันที่จริง ลึกลงไปในใจของคนที่ถูกตราหน้าว่าไม่มีหัวใจมานับครั้งไม่ถ้วน ต่อให้เด็กหนุ่มตรงหน้านี่มีพลังน้อยกว่านี้ อยากได้อะไรเขาก็อยากให้อยู่ดี

                “ผมบอกไปชัดเจนแล้วนี่ครับว่าผมไม่..”

                มาโตบะไม่ฟังต่อ คว้าข้อมือบางเข้ามาใกล้ตัว เย็นเฉียบแถมสั่นนิดๆ...หัวคิ้วผู้นำตระกูลขมวดเข้าหากัน

                ให้ตายสิ หนาวขนาดนี้ยังถือทิฐิอยู่ได้อีกนะ

                นัตสึเมะ ทาคาชิคุง

                เธอนี่...

                ท่านเจ้าบ้านตระกูลมาโตบะถอนหายใจเล็กน้อย จัดแจงถอดเสื้อนอกของตนโยนให้เด็กหนุ่ม

                “ผมไม่หนาว คุณรับคืนไปเถอะครับ”

                เจ้าของเสื้อเลิกคิ้ว หัวเราะหึในลำคอ

                “งั้นก็ถือซะว่าฉันฝากไว้ที่เธอก็แล้วกัน อยากใช้ทำอะไรก็ตามใจ” เหล่มองร่มที่ตกอยู่บนหิมะ “ร่มนั่นก็ด้วย” พูดจบก็ผินกายไปยังทางที่เพิ่งเดินมา ไม่วายเอ่ยเร่งเมื่อเห็นเด็กหนุ่มไม่ขยับ “ตามมาสิ”

                “ผม..คุณ....ผมไม่ได้อยากไปที่นั่น” เขาเคยมีความทรงจำแย่ๆกับที่นั่นมาแล้ว ถ้าตอนนั้นไม่ได้อาจารย์มาช่วย ไม่รู้ว่าเขาจะเป็นยังไงต่อไป (ผู้เขียน : เป็นคุณผู้หญิงของตระกูลไงล่ะ! ฟันธง!!)

                มาโตบะหยุดฝีเท้า

                “ถ้าอย่างนั้นช่วยเอาของที่ฉัน ‘ฝาก’ไว้ที่เธอไปส่งให้ถึงที่ด้วยแล้วกัน ตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์จะถืออะไร”

                นัตสึเมะมองเสื้อในมือกับร่มที่ตกอยู่ข้างๆสลับกับแผ่นหลังเหยียดตรงเบื้องหน้า  เด็กหนุ่มมีสีหน้าลำบากใจ เม้มปากเป็นเส้นตรง และแม้แววต่อต้านจะยังฉายอยู่ในดวงตา แต่เด็กหนุ่มก็ค่อยๆสวมเสื้อที่อีกฝ่ายโยนให้

                มาโตบะคลี่ยิ้ม

                พอเห็นเด็กหนุ่มที่หมายตาไว้หยิบร่มขึ้นมาบังหิมะเรียบร้อย สองเท้าก็ก้าวต่อ

 

 

 

 

 

 

                นัตสึเมะมองแผ่นหลังเบื้องหน้า

                เรือนผมสีดำสนิทปัดไปมาตามจังหวะการย่างเท้า

                ทำไมเขาถึงช่วยเรา

                เพราะต้องการตัวเราน่ะหรือ

                ผ้าปิดตาสีขาว ผมที่ถูกรวบลวกๆ รอยยิ้มไม่น่าไว้วางใจ

                เขาก็คือคนที่เห็นแต่ผลประโยชน์คนนั้นเหมือนเคย

                คิดพลางกระชับเสื้อนอกที่อีกฝ่าย ‘ฝาก’ไว้ กลิ่นของเจ้าของของมันลอยขึ้นมา

                อธิบายไม่ถูก แต่เป็นกลิ่นที่ชวนให้รู้สึกอบอุ่นใจกว่าที่คิด

                อุ่นจริงๆ

                ไอหนาวเป่าออกมาจากปาก ยังมึนอยู่เล็กน้อย แต่ไม่เจ็บแล้ว ไม่รู้ว่าหนาวจนชาเลยไม่รู้สึกหรือยังไง นัตสึเมะจดจ้องแผ่นหลังเบื้องหน้าไม่วางตา ตัดสินใจเอ่ยถาม

                “ทำไมคุณถึงช่วยผม ..ทั้งที่คุณก็มองเห็นภูตผีแต่คุณกลับทำร้ายพวกเขาหน้าตาเฉย แถมคุณยัง..”

                “ ‘ชอบหลอกใช้คนอื่น ต่อให้มีคนตายต่อหน้าก็คงไม่รู้สึกอะไร’อย่างนั้นล่ะสิ” มาโตบะต่อให้ ใบหน้าคมคายแย้มยิ้ม

                “นั่น...” นัตสึเมะพูดไม่ออก เขาไม่ได้คิดอย่างนั้น แต่ก็ปฏิเสธได้ไม่เต็มปาก ถึงงั้นไม่ว่ายังไงก็เขาไม่พยักหน้าแน่

                คนเราถูกประณามแบบนี้มันเจ็บปวดเกินไป คนคนนี้คงเคยโดนว่าอย่างนี้มานับครั้งไม่ถ้วน ต่อให้เขาทำท่าเหมือนไม่รู้สึกอะไรก็ตามที

                คุณไม่เจ็บปวดบ้างรึไง ทำไมยังยิ้มอยู่ได้ ...เด็กหนุ่มคิด แต่พูดออกไปอีกอย่าง “ทำไมถึงช่วยผม”

                มาโตบะละสายตาจากเด็กหนุ่มด้านหลัง เงยหน้ามองท้องฟ้าที่หิมะขาวยังคงโปรยปราย

                “เพราะเธอน่าสนใจน่ะสิ”

                คนน่าสนใจมุ่นคิ้ว ก่อนพบว่าไม่น่าทำเลย อาการปวดหัวพุ่งพรวดขึ้นมากะทันหัน ปวดจนเผลอร้องออกมา ทรุดลงกับมือ มือกุมศีรษะ สติสตังเบลอหนักกว่าเก่า มาโตบะหันควับด้วยความตกใจ ความไม่ยี่หระต่อทุกสิ่งเลือนหาย

                “นัตสึเมะ! นัตสึเมะ ทาคาชิคุง! นี่ เธอได้ยินรึเปล่า!? อย่าหลับ อย่าหลับตาสิ!”

                สิ่งสุดท้ายที่นัตสึเมะสัมผัสได้ก่อนหมดสติไปคือความอบอุ่นที่ไม่คุ้นเคย กับน้ำเสียงห่วงหาแปลกหู

                ...

                อุ่นจัง

               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

 

 

 

++++++++++++++++++

 

 

 

 

 

อา.....สุดท้ายนัตสึเมะก็ไปคฤหาสน์ตระกูลมาโตบะ (//v//)

ว่าไงนะ? คู่นี้ยังไงก็ต้องมีNCงั้นเรอะ ไม่จริ๊งง!!  ไม่มี! ไม่มีร้อกกกกก

 

 

 

 

ปล. เพิ่งกลับจากยุ่น ขนมอร่อยมาก :D

ปลล. animate แม้จะเป็นสาขาย่อยก็ช่างน่ากลัวนัก เหลือเงินกลับบ้าน18เยน XD

ปลลล.บาคุแมนจะจบแล้วงั้นเรอะ!!?  ม่ายยยยย  ทำไมท่านดับเบิ้ลTO(เรียกทั้งสองคนควบๆกันน่ะค่ะ)ถึงเขียนอะไรสั้นๆทุกทีเลย! สนุกเป็นบ้าเป็นหลัง เส้นงามเกินมนุษย์วาด แต่มีมาให้เสพแค่ระยะสั้นๆ ว้ากกก เดธโน้ตก็ทีแล้วนะค้า  !!  ม่ายยย  *วิ่งกรีดร้องรอบชินจูกุ #ไม่ใช่*